แบงก์ชาติโต้ข่าวลือในโซเชียล ระบุ 9 แสนล้านแค่ “ขาดทุนทางบัญชี”

Posted by admin on

แบงก์ชาติโต้เพจเฟซบุ๊ก “ไพศาล พืชมงคล” ติง “ผลขาดทุน ธปท. ปี 60 เกือบ 9 แสนล้าน” ยันเป็น “ผลขาดทุนจากการตีราคา” เมื่อเงินบาทแข็งค่า ธปท.จะขาดทุน ในทางกลับกัน เมื่อเงินบาทอ่อนค่า ธปท.จะมีกำไร วอนประชาชนคลายกังวล ประเทศไทยมีทุนสำรองระหว่างประเทศมั่นคง ไม่ซ้ำรอยปี 2540 แน่นอน นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายยุทธศาสตร์และความสัมพันธ์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

เปิดเผยว่า ตามที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับผลขาดทุนของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่แชร์กันตาม Social Media อาจสร้างความตกใจให้กับผู้อ่าน เพราะมีข้อเท็จจริงและความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนหลายประการ ธปท. ขอเรียนข้อเท็จจริง ดังนี้
1. ธปท. ไม่ได้เก็งกำไรค่าเงิน ธปท. เข้าไปซื้อเงินตราต่างประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งค่าเร็วเกินควร จนอาจจะเป็นผลเสียต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังเปราะบาง เมื่อ ธปท. ซื้อเงินตราต่างประเทศแล้ว ก็บริหารเงินสำรองระหว่างประเทศด้วยความรอบคอบ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ระยะยาว และเปิดเผยตัวเลขฐานะทุนสำรองระหว่างประเทศทุกสัปดาห์
2. เงินสำรองระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากเงินตราต่างประเทศที่ไหลเข้ามาในประเทศไทยมาก ทั้งจากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงต่อเนื่องมาหลายปี และการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศ
3. เมื่อเงินบาทแข็งค่าขึ้น จึงเกิดการขาดทุนจากการตีราคา (Valuation Loss) หรือการขาดทุนทางบัญชี และในทางตรงข้าม ถ้าเงินบาทอ่อนค่าลง เงินสำรองฯ ที่ตีมูลค่าเป็นเงินบาทก็จะเพิ่มขึ้น (Valuation Gain) หรือมีกำไรทางบัญชี โดยปกติเมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น ค่าเงินมีแนวโน้มแข็งขึ้น ธนาคารกลางก็มักจะขาดทุนจากการตีราคา แต่ถ้าเศรษฐกิจไม่ดี ค่าเงินอ่อนค่าลง ส่งผลให้ธนาคารกลางมักจะมีกำไรจากการตีราคา ณ สิ้นปี 2560 ธปท. มีเงินสำรองระหว่างประเทศรวมฐานะการซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าประมาณ 2.4 แสนล้านดอลลาร์ เมื่อเงินบาทแข็งค่าขึ้นหนึ่งบาทเทียบกับเงินดอลลาร์ ธปท. จะขาดทุนจากการตีราคาทันที 2.4 แสนล้านบาท ในทางตรงกันข้าม ถ้าเงินบาทอ่อนค่าลงหนึ่งบาท ธปท. ก็จะมีกำไรจากการตีราคาทันที 2.4 แสนล้านบาท โดยไม่ต้องทำอะไรเลย. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ sanook